เชียงใหม่-ลำพูน: Part 2 “โลกก่ออกจะกว้างใหญ่ ดีมอกใดตี้เฮาได้มาปะกั๋น”

” พ า เ ปื้ อ น ฮั ก   ไ ป พั ก เ มื อ ง เ ห นื อ ”


โลกก่ออกจะกว้างใหญ่ ดีมอกใดตี้เฮาได้มาปะกั๋น~~~ กริ้ววววววว**
มาแล้วจ้าการบ้านกระทู้ที่สอง ฮ่าๆๆๆๆ รูปเยอะ เนื้อหาสาระแน่นๆ
ในกระทู้นี้เราจะพาไปพบกับสถานที่สำคัญ และร้านอาหารสุดอร่อยในจังหวัดลำพูนกันค่ะ

หัวใจ แบ่งเป็นเป็น 2 กระทู้สำหรับทริปเชียงใหม่-ลำพูนของเราในครั้งนี้ หัวใจ

1. “เชียงใหม่-ลำพูน” Part 1: นั่งรถไฟไปล้านนา อยากบอกว่า “ล้านนาอยู่ภาคเหนือแต่ชีวิตที่เหลืออยู่กับคุณ” คริ๊งๆ
https://beamwithyuu.com/2018/06/25/เชียงใหม่-ลำพูน-part-1-ล้านนา/
2. “เชียงใหม่-ลำพูน” Part 2: ไปลำพูนไม่ลำพัง ชมวัดดัง ฟังแนวคิดดีๆที่ทาปันรักษ์ กันนะตัวเอง
https://beamwithyuu.com/2018/06/25/เชียงใหม่-ลำพูน-part-2-โลกก่อ/

อมยิ้ม17  ขอกราบขอบพระคุณผู้สนับสนุนหลักในครั้งนี้นะคะอมยิ้ม17
PANTIP.com
Tourism Authority of Thailand (ททท.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย | State Railway of Thailand
Bangkok Airways

 

สวัสดีเช้าอันฉดใฉ…

ฉันนอนไม่พอเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อันนี้ต้องโทษตัวเองนะ
ทางกิจกรรมจัดตารางมาดีแล้วแต่เราเนี่ยดันออกไปแต๊ดๆๆๆข้างนอก
เอาหล่ะมาเติมพลังกันซักหน่อย อยากจะบอกว่าไลน์อาหารเช้าที่ Kantary Hills นี้หลากหลายมากนะคะ

แต่ด้วยความที่เราเก็บกระเป๋าให้เสร็จก่อนแล้วค่อยลงมาด้านล่าง
ตรงไลน์อาหารเลยคนเยอะมาก
จะไปแทรกขอถ่ายรูปก็เกรงใจค่ะ
แต่บอกได้เลยว่าอาหารอร่อย มีทั้งอาหารไทย ยุโรป และญี่ปุ่น ให้เลือกหลายหลาย

อ๋อยยยย เบค่อนกรุบกรึบมาก รัก!!

วาร์ปมาที่จุดหมายแรกขอวันนี้กันเลยดีกว่าค่ะ
เรามากันที่ ชุมชนบ้านหนองเงือก ที่จังหวัดลำพูนกันค่ะ

ต้อนรับพวกเราด้วย น้ำใบเตยและขนมจ้อก
ขนมจ้อกนั้นดูเผินๆอาจจะดูคล้ายกับขนมเทียน
แต่ส่วนผสมของเนื้อนุ่มๆทำมาจากแป้งผสมน้ำอัญชัน
ส่วนไส้ด้านในนั้น ทำมาจากมะพร้าว ลำใย และ”งาขี้ม้อน”
เสิร์ฟมายังอุ่นๆอยู่เลย พี่บีมซัดไปห้าอันรวดภายในพริบตา ฮ่าๆๆๆ

หน้าตาเป็นแบบนี้นะเจ้า ขนมล้านนาแต้ๆเลย

เมื่อพักเหนื่อยจากการเดินทางเสร็จเราก็มาเข้าสู่โหมดสาระกันนะคะ

ความเป็นมาของชาวบ้านหนองเงือก บรรพบุรุษเป็นชาวยอง ที่เคยอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน แคว้นสิบสองปันนา

แล้วอพยพย้ายถิ่นฐานมาลงหลักปักฐานกระจายกันบริเวณรอบ บ้านหนองเงือกในปัจจุบัน

ด้านบนของ ”พิพิธภัณฑ์ไทยองบ้านหนองเงือก” เป็นที่รวบรวมอนุรักษ์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์
ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี โบราณวัตถุ เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิตของบรรพบุรุษชาวยองในสมัยโบราณ

โดยจะแบ่งป็น 3 หมวดได้แก่
1. หมวด ศาสนา
2. หมวด วิถีชีวิตและกระบวนการผลิตผ้าฝ้ายทอมือ
3. หมวด โบราณวัตถุสิ่งของเครื่องใช้

เปิดเข้าชมฟรีนะคะ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น.









มาต่อกันที่ “วัดหนองเงือก” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ค่ะ

ก่อนเข้าวัดจะพบกับ “ประตูชัย” ซึ่งเป็น “ต้นโพธิ์อายุกว่า 200 ปี”
มีลักษณะเป็นพุ่มโค้งรับกัน และ “ประตูขุง” ที่สร้างสมัยครูบาญาณะ
เป็น 3สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านที่รอต้อนรับแขกผู้มาเยือน

วัดนี้เป็นวัดประจำชุมชน สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2371 
และมีท่านครูบาปารมีเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

สถาปัตยกรรมโดยส่วนใหญ่เป็นแบบมอญผสมยุโรปและศิลปะพื้นเมือง

นี่ๆ มีโชว์การเปิดล็อคประตูแบบสมัยก่อนด้วยนะ
โดยการใช้ไม้ที่ดัดเป็นตัวยู เสียบเข้ามาเขี่ยกลอนประตูให้เปิดออก เก๋อ่ะ

อาคารถัดมา เรียกว่า “คะตึก” ค่ะ หรือจริงๆก็คือ หอธัมม์หรือจะเรียกหอพระไตรปิฎกก็ได้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. 2449

ภายในมีจิตกรรมฝาผนัง เป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าโปรดสัตว์ในเมืองมนุษย์ ชั้นฟ้าและเมืองนาค

สีบนกำแพงจริงๆยังค่อนข้างชัดอยู่มากนะคะ ดูแล้วได้รับการดูแลค่อนข้างดีทีเดียวเมื่อเทียบกับอายุ

ที่นี่ยังเป็นที่เก็บคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการจารึกด้วยอักษรธรรมล้านนาลงไปในใบลาน เก็บอยู่ในตู้นี่แหละค่ะ

ในวัดมีต้นลำไยเต็มเลย อยากจะปีนขึ้นไปสอยลงมาจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เราเดินมาต่อกันที่ร้านรองเท้าจากภูมิปัญญาชาวยองจ้าาา

ทุกคู่เป็นรองเท้า Hand Made นะคะ มีความ Craft ไปอีก
พอจะเดากันได้รึยังน้าว่ารองเท้านี่ทำมาจากอะไร

แท่นแท๊นนน รองเท้าทุกคู่ ทำมาจาก “ยางรถยนต์” นั้นเอง ตัดกันยังงี้เลย!!

มีหลายแบบ หลายไซส์ให้เลือกลองใส่กันนะคะ
ถ้าใส่แล้วไม่พอดีหรืออยากปรับตรงไหน คุณลุงก็จัดการให้ทันทีเลยค่ะ
เรียกได้ว่าเป็น Yong’s Shoes Tailor Made ฮ่าๆๆๆๆๆ

ไปดูงานคุณลุงกันแล้ว เรามาดูฝ่ายคุณป้าบ้าง
เราไปต่อกันที่ “กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือ” บ้านหนองเงือกค่ะ

ที่นี่นับได้ว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายใหญ่ที่สุดในภาคเหนือนะเจ้า

เราได้มาดูตั้งแต่การปั่นฝ้าย การย้อม ไปจนถึงการทอออกมาเป็นผืนๆ

ที่บ้านหนองเงือกมีความโดดเด่นในการทอผ้าจนทำให้มีเรื่องราวของ “ทอหูกคู่รัก”
 หรือที่รู้จักกันในนามของ “กี่คู่รัก”
เป็นการทอผ้าโดยใช้สองคนช่วยกันทอ จะทำให้ได้ผ้าผืนใหญ่ และกว้างกว่าปกติมาก
และเป็นกุศโลบายของชาวบ้านที่ไม่อยากให้ผู้ชายต้องออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน ให้อยู่ช่วยเมียทำงานที่บ้านไง ฮ่าๆๆๆๆ

ข้าได้ลองทอเองด้วยออเจ้า… ใครถ่าย VDO ตอนที่สอดด้ายทะลุไปอีกฝั่งช่วยส่ง VDOให้ด้วยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เขิลจุง

ที่นี่มีเสื้อผ้า ผ้าถุง กระเป๋าขายด้วยนะจ๊ะ แต่เช็คราคาดีๆนะ เพราะบางตัวไม่มีป้ายราคาติดไว้ อาจจะสับสนราคาได้
เพราะพี่ยูซื้อเดรสมาตัวนึงราคา 480 แต่อีกคนซื้อเหมือนกันไซส์เดียวกันแต่ราคา 280 นะจ๊ะ

นอกจากการทอผ้า ก็ยังมีการทำสีย้อมผ้าเองด้วยนะคะ
ถ้าเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ จะไม่ทำให้เสื้อสีตกด้วยนะๆ

เที่ยวเล่นกันมาพอประมาณแล้ว เราก็แวะมาเติมพลังกันที่ “ครัวป่าซาง” กันค่ะ

บรรยากาศดี๊ดี เหมาะแก่การสังสรรค์มากๆค่ะ

อาหารก็อร่อยไม่แพ้บรรยากาศเลย น้ำพริกดีย์มากกกก ไก่ทอดก็ดีย์ กุ้งทอด ห่อหมก ปลาทอด โอ้ยยย ทำยังไงดีเนี่ยยย

แล้วนี่นะคะ ทุกคนก็ไม่ลืมทำหน้าที่ที่ต้องทำก่อนการรับประทานอาหารค่ะ ฮ่าๆๆๆ

ทานอาหารอิ่มแล้ว เราก็ต้องไปเดินย่อยกันซะหน่อยใช่มะๆ

ทางทีมงานเลยพาเรามาช้อปปิ้งกันที่ “บ้านดอนหลวง” อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนนนน

ที่นี่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่อายุนับร้อยปี ที่เที่ยวสุดฮิตและอินเทรนด์ แหล่งผลิตงานหัตถกรรมผ้าฝ้ายทอมือรายใหญ่
เราได้เห็นพ่อค้าแม่ค้ามาซื้อเสื้อส่งจากที่นี่และนำไปขายต่อเยอะแยะเลยนะ
ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง (ก็มีแพงบ้างแหละบางร้านๆ)
แล้วก็มีให้เลือกเยอะมากๆ มีทั้งแบบที่ทอกันมาแต่โบราณหรือแบบทันสมัยหน่อยก็มีนะ

ชาวบ้านแถวนี้ เป็นชาวยองที่มาจากเชียงรุ้งและสืบทอดวัฒนธรรมทอผ้าฝ้ายจากรุ่นสู่รุ่น

แต่เดิมชื่อหมู่บ้านกอถ่าน ทำการค้าวัวควาย เมื่อว่างจากงานหลักพวกสาวๆถึงจะมาทอผ้ากัน

ทุกๆปีช่วงเดือนเมษายน จะมีการจัดงาน “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง”
ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าประจำปี ใครอยากมาก็จัดตารางลาพักร้อนกันดีๆนะคะ


อันนี้ที่เห็นปิ้งๆอยู่เขาเรียกกันว่า “แอ้ป” จริงๆก็คือห่อหมกนั้นเอง
แต่ที่นี่เขามีทั้งแอ้ปปลา แอ้ปหมู แอ้ปอ่องออ หรือแปลเป็นกลางก็คือ ห่อหมกสมองหมูนั้นเอง!!

เมื่อช้อปปิ้งจนล้มละลายแล้ว เราก็เข้าวัดไปสงบจิตสงบใจกันเสียบ้างค่ะ

“วัดพระธาตุหริภุญชัย” พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นพระธาตุปีเกิดของคนปีระกา

สร้างในพุธศตวรรษที่ 17 รัชสมัยของพระอาทิตยราช ในเขตพระราชฐาน

พระบรมธาตุเจดีย์แบบล้านนา ภายในบรรจุพระเกศบรมธาตุในโกศทองคำ
มองเผินๆหน้าตาคล้ายพระธาตุดอยสุเทพ

ทองอร่ามมากกก วันที่เราไปกันฟ้ามืดมาก ฝนตกปรอยๆสลับหยุดนิ่งตลอดเลย
เดี๋ยวฟ้าเปิด เดี๋ยวฟ้าปิด แต่เจดีย์ก็ยังทองทะลุความมืด สวยงามมากๆค่ะ

เจดีย์ประกอบด้วยฐานปัทม์แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลม 3 ชั้น
ตั้งรับองค์ระฆังกลม
บัลลังก์ย่อเหลี่ยม สูง 25 วา 2 ศอก  ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ
(แนะๆ มีคนเอาเลขไปแทงหวยอ่ะป่าว)


นอกจากเจดีย์ทองที่ตั้งอยู่ใจกลางวัดพระธาตุหริภุญชัยแล้ว
บริเวณรอบๆยัง มีประดิษฐานไปด้วยอาคารอื่นๆอีกหลากหลาย มีทั้งพระสังคัจจาญ เทพเจ้าทันใจ

แต่เนื่องจากเราเสียเวลากับการถ่ายรูปไปเยอะมาก ก็เลยเดินดูได้ไม่ครบ เพราะที่นี่กว้างใหญ่มากกกจริงๆ
ส่วนคนที่อยากจะมาเองก็ไม่ต้องกลัวว่า จะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพราะถ้าอยากได้ข้อมูลสาระ ก็สามารถขอแผ่นพับได้จากทางวัดได้นะคะ

พระพุทธเจ้านั่งบำเพ็ญตน


ฟ้าเปิดแล้ว ชักภาพร่วมกันหน่อยนะคะ ยิ้ม

หูยยย สาระมาเต็ม มาเติมน้ำตาลกันหน่อยค่ะคู๊นนนนนน
เดินออกจากวัดมาทางลานจอดรถ เลาะมาก่อนถึงห้องน้ำ
จะเจอร้าน เฉาก๊วยที่อร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์ “เฉาก๊วยมุกดา” หูยน้ำลายไหล

เขาบอกว่า ถ้ามาวัดแล้วไม่แวะชิมชานมนี่ยังมาไม่ถึงนะคะ ฮ่าๆๆๆ
อร่อยๆๆ น้ำเชื่อมที่ใช้เป็นน้ำตาลอ้อย หอมๆเหมือนคาราเมลเลย

อันที่จริงใกล้ๆกันยังมีก๋วยเตี๋ยวลำไยด้วยนะ แต่พวกเราต้องรีบไปที่อื่นต่อเพราะแอบเอ้อระเหยช้ากว่ากำหนดเวลาไปแล้ว
เดี๋ยวจะไปไม่ทัน เลยต้องเก็บก๋วยเตี๋ยวไว้ในใจก่อน กลับมาคราวหน้าเจอกันแน่!

บึ่งมาต่อกันที่ กู่ช้าง กู่ม้า ค่ะ

กู่ในภาษาพื้นเมืองก็คือ สถูบ นั้นเอง

กู่ช้างเป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวลำพูนให้ความเคารพสักการะ
ด้านในบรรจุซากช้างคู่บารมีของพระนางเจ้าจามเทวี เชื่อว่างาของช้างพลายเชือกนี้หันไปทางได้ ศัตรูจะต้องแพ้พ่าย
ตอนฝังก็เลยจับช้างนั่งหันหัวและงาชี้ขึ้นฟ้า และสร้างกู่ขึ้นล้อมร้อบ จะได้ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือนร้อน



“วัดพระยืน” เดิมชื่อ “วัดอรัญญิการาม” เป็นหนึ่งในวัดสี่มุมเมือง ประจำทิศตะวันออก
พระนางจามเทวีทรงโปรดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1213

เอ๊ะๆ เห็นอะไรนั้นไหมที่บันได

เขาเรียกว่า “มอม” น่ารักมากจ้าาาา
รูปร่างคล้ายสิงโตรวมร่างกับมังกรค่ะ ในศิลปะแบบล้านนา ช่างปั้นจะนิยมปั้นให้คล้ายกับตุ๊กแกหรือค่าง

ยังๆองค์นี้ไม่ใช่พระยืนนะออเจ้า เรามานั่งฟังหลวงพี่เล่าประวัติที่นี่กันหน่อยค่ะ

พี่ยูถ่ายประตูมา เพราะบอกว่า เทวดาหน้าประตูยังหล่อเลยอะ วาดได้หล่อจริงๆนะ

มาฟังเรื่องของพระพุทธรูปยืนกันค่ะ

ได้มีการกล่าวในตำนานมูลศาสนาถึงตอนที่พระยากือนาได้อาราธนานิมนต์พระสุมนเถระจากเมืองสุโขทัยเพื่อมาเชียงใหม่
ระหว่างทางได้พักที่วัดยืนราวพ.ศ. 1912

ขณะนั้นได้มีพระยืน 1 องค์อยู่แล้วแต่บริเวณนั้นเป็นป่า พระยากือนาจึงให้คนไปแผ้วถาง
และสร้างพระพุทธรูปยืนเพิ่มอีก 3 องค์ โดยหันหน้าไปทางทิศ ตะวันตก ทิศเหนือ และทิศใต้

ปัจจุบันได้รับการบูรณะหลายต่อหลายครั้ง

อันนี้พี่บีมแอบตื่นเต้นแหละ
ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นหลักศิลาจารึกของจริงมาก่อน (เว่อร์แท้ๆ)
หลักศิลาจารึก มีกระจกหนาห้อมล้อมไว้ เพราะมีอายุมากกว่า 600 ปีเลยทีเดียว


ที่ศาลาด้านข้างโบสถ์ จะมีองค์พระให้เช่า และยังมีกิจกรรมให้ปั้นพระดินเผาด้วยนะคะ

วิธีการที่แม่ชีสอนก็คือ เราต้องทาแม่พิมพ์ด้วยน้ำมันเสียก่อน แล้วก็ทาที่ปลายนิ้วด้วย เพื่อเวลาที่นวดดินลงไปแล้วดินจะได้ไม่ติดมืด

กดแรงๆนะคะ เดี๋ยวจะไม่ชัด


มีศาลาให้อาหารปลา ใกล้ๆกับทางไปห้องน้ำนะ แต่เจ้าอาวาสบอกว่าตอนน้ำท่วมปลาหายไปเกือบหมดเลย

มื้อนี้เรามากันที่ร้านอาหารที่ได้ชื่อว่า “อร่อยที่สุดในลำพูน” (เว่อร์ไหม)
ส่วนตัวคือ มันดีย์ มากกกกกกกกก ดีย์แบบ อยากขอโต๊ะข้างๆที่ทานเหลือห่อกลับมาทานต่อที่โรงแรมอ่ะ แต่ก็เกรงใจเขา ฮ่าๆๆๆ

ร้านนี้ชื่อว่า “ครัววันดี” ค่ะ เป็นร้านอาหารพื้นเมืองลำพูนแต้ๆ

ร้านนี้ก็เช่นเคย ทางทีมงานททท.ได้สั่งอาหารเตรียมไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว
โดยที่แต่ละสถานที่ที่พวกเราไปนั้น จะมีทีมงานททท.ได้มาเซอเวย์ไว้ก่อนแล้ว เลยทำให้ไปทุกที่แบบไม่มีสะดุดผ

กลับมาที่ร้านอาหาร น่าทานไหมคะท่านผู้ชมมมม

หูยยย ดูออเดิร์ฟเมืองลำพูนสิคุณ ไม่เคยคิดเลยว่าจะชอบแหนมได้ขนาดนี้ อร่อยมากกกกก

น้ำพริกกับไส้อั่วและแคบหมูคือเทพเจ้าอาหารเหนือ อร่อยมาก

แกงฮังเล ดีมากกกกกกกก

แกงโฮะ!! สารภาพว่า พึ่งเคยทานแกงโฮะที่อร่อยขนาดนี้ อร่อยที่สุดในชีวิต อร่อยมากกกก พี่ยูน่าจะทานคนเดียวเกินครึ่งชาม ฮ่าๆๆๆๆ

จริงๆอาหารมีเยอะกว่านี้ แต่พี่บีมมัวแต่สนใจกินมากกว่าถ่ายรูป ก็เลยถ่ายมาไม่ครบอีกแล้ว ฮือๆๆๆ

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของยูกับบีมนะคะ แต่อาหารอร่อยมากจริงๆ อร่อยทุกจาน ที่เด็ดสุดๆคือลาบหมู (ซึ่งทำไมไม่ถ่ายรูปมา ห้ะ!!) ทานข้าวเหนียวหมดกระติบแบบ อิ่มท้องจะแตกก็ยังจะต้องพยายามตักเข้าปากต่อไปอีก อร่อยมาก

ถ้าได้กลับไปลำพูนจะต้องกลับไปที่ร้านนี้อย่างแน่นอน

ที่นี่ก็ถึงเวลาสั่งของหวานค่ะ ซึ่งของหวานทางทีมงานจะไม่ได้สั่งไว้ให้ ให้พวกเราเลือกกันเองได้
น้องพนักงานก็แนะนำว่า เนี่ย ของหวานจานเด็ดของที่นี่คือ ไอศครีมมะพร้าวกับไอศครีมแคนตาลูป เราก็เลยสั่งอย่างละเมนู จะได้เอามาแบ่งกันทาน เพราะคิดว่าไอศครีมลูกนึงไม่เท่าไหร่หรอก แต่ปรากฏว่า…

ผ่าง!!!!

ลูกนึงจริงๆค่ะ มาทั้งลูกเลย!!!

ไอศครีมกะทิเสิร์ฟในมะพร้าวพร้อมเครื่องแน่น แถมน้ำมะพร้าวก็เสิร์ฟแยกใส่แก้วมาอี้กกก เห็นแบบนี้พี่บีมชักใจไม่ดีแล้ว แคนตาลูปจะมาไม้ไหน

มาไม้นี้ไงงงงงงงงงง

มาทั้งลูกอีกแล้วจ้าาาา
เนื้อแคนตาลูปหวานมากกกกก นอกจากที่เห็นในรูปแล้วคือทั้งลูกนี้ตักทานได้หมดเลย

พี่บีมทานไปหัวเราะไป น้ำตาลโอเวอร์โดสไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ

หลังจากทานอาหารกันมาจนเหนื่อย ก็ถึงเวลากลับมาพักผ่อนกันค่ะ
คืนนี้เราพักกันที่ โรงแรม Easy Hotel (2) ซึ่งเป็นสาขาใหม่
เปิดประตูห้องเข้ามายังได้กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่อยู่เลยค่ะ

ห้องกว้างมากกก เราสามารถรื้อกระเป๋าออกมาจัดได้อย่างเต็มที่ เพราะกระเป๋าจะใส่ของไม่พออยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ

เตียงนอนสบาย แอร์ใหม่เย็นฉ่ำ หมอนใหม่สูงไปหน่อย ยังไม่ผ่านการใช้งานสินะ
วันนี้ตะลุยกันมาทั้งวันแล้ว งีบเอาแรงกันดีกว่าเนอะ

แต่เอ๊ะ… ไหนๆก็ไหนๆละ ออกไปเดินดูตลาดข้างนอกหน่อยดีกว่า
ฮ่าๆๆๆๆๆ

เราและชาวแก๊งจึงเดินไปยัง กาดลำพูนจตุจักร ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโรงแรม
แต่เสียดายว่า ตลาดวายยยเสียแล้ว เนื่องจากเป็นวันเสาร์ ไม่ได้มีถนนคนเดินให้เราเสียเงิน(ไปมากกว่านี้)
จริงๆใกล้ๆโรงแรมก็มีโรงหนัง มีมอลล์ให้เดินเล่นด้วยนะ แต่ว่าก็ปิดแล้วเช่นกัน (สามทุ่มแล้วว)

เราจึงต้องจำใจเดินเหงาๆกลับโรงแรม ป่ะๆๆ ไปนอนกันได้แล้วค่ะ!!

วันสุดท้ายในลำพูน วันนี้เรามากันที่ “ทาปันรักษ์”
ทาปันรักษ์คืออะไร เป็นยังไง ตามเข้ามาดูกันเลยค่ะ

ที่นี่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5 ไร่ โดยที่จะแบ่งการใช้งานเป็นส่วนๆ

เมื่อเดินเข้ามาเรื่อยๆ

เราก็จะมาเจอกับบ้านดินหลังเล็กๆหลังหนึ่ง

คุณก้อย เป็นผู้ที่เริ่มสร้างที่นี้ขึ้นมา โดยที่คุณก้อยเล่าว่า ใช้เวลากว่า 5 ปี ในการทำให้ที่นี่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จากพื้นที่ที่มีแต่ป่ารก ปัจจุบัน ทาปันรักษ์ไม่ได้มีแค่บ้านดินนะ แต่ยังแบ่งสัดส่วนเป็นพื้นที่ทั้งปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ผลไม้ ทั้งนำผลผลิตจากการปลูกมาแปรรูป  อย่างเช่นดอกอัญชัญ ที่นอกจากจะเอามาทำน้ำอัญชัญดื่มได้สดชื่น ยังสามารถนำไปทำเป็นแชมพูออร์แกนิคได้ด้วย

ทุกวันนี้ทาปันรักษ์ ยังเปิดเป็น Farmstay ให้คนที่สนใจการทำการเกษตรอินทรีย์ ได้เข้ามาพักผ่อน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้ที่นี่ด้วย ซึ่งในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ทาปักรักษ์จะเปิดบริการอาหารเย็นด้วยนะ แต่ถ้าให้ดีก็ลองติดต่อสอบถามผ่านทางเฟสบุ๊คดูก่อนก็ได้ค่ะ

วิวหลังบ้านดิน เป็นสวนกุหลาบที่มีฉากหลังเป็นแนวเทือกเขา

สูดหายใจเข้าลึกๆ สบายใจม๊ากมาก

คุณก้อยบอกว่า แกปลูกกุหลาบเพราะแต่ก่อนเคยปลูกต้นอื่นแล้วไม่สวย ไม่มีคนมาถ่ายรูปเลยปลูกกุหลาบซะเลย ฮ่าๆๆๆ

จริงๆแล้วแกปลูกกุหลาบหลายชนิดนะคะ บางชนิดก็หอมมากกกก ก็เอาไปชงเป็นน้ำดื่มได้ หรือบางพันธุ์ไม่หอมเลย สวยอย่างเดียว ก็เด็ดไปปักแจกันได้

ว่านหางจระเข้ก็มี

อัญชัญก็สวย

คุณก้อยเป็นคนกันเองมากๆ เรียกได้ว่าสบายๆ มีไรคุยกันได้แมนๆครัช

เราจึงเข้าไปชมบ้านดินกันสักหน่อย
บ้านดินที่เห็นตรงหน้านี้ ใช้เวลาสร้างเบ็ดเสร็จแค่เดือนครึ่งเท่านั้น!!

แอบเห็นดีเทลที่ม่าน น่ารักครุ๊งคริ๊ง

ในบ้านก็มีทั้งบริเวณที่ให้นอนเล่นพักผ่อนหย่อนใจ

มีบันไดขึ้นชั้น 2 ด้วยนะ ข้างบนสามารถปูเสื่อนอนได้หลายคนเลย


มีเพิงแคร่สำหรับนั่งทานอาหารชิลๆ

ขอแชะรูปหน้าบ้านหน่อยค่ะ อิอิ

ใส่เสื้อมาสีเดียวกับกำแพงบ้านเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

อย่างที่บอกว่า ทุกอย่างที่ปลูกที่นี่ ก็หมุนวนกลับมาใช้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

น้ำกุหลาบหอมๆสดชื่นมากๆค่ะ

ใบทานได้ด้วยนะ ง่ำๆๆๆ

หลังจากที่ฟังคุณก้อยเล่าเรื่องเกี่ยวกับที่นี่จนจบแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันกันแล้วค่ะ

จริงๆเมนูหลักของที่นี่จะเป็นพิซซ่าเตาถ่าน แต่วันนี้พวกเราโชคดี ได้ทานเมนูพิเศษอีก 2 เมนูด้วยกัน นั้นก็คือ ข้าวยำนั้นเองงงง

คุณก้อยเตรียมส่วนผสมต่างๆเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทีเหลือก็แค่ประกอบร่างงง

ราดด้วยน้ำบูดู เพิ่มโปรตีนด้วยไข่ต้ม เมนูนี้เฮลตี้สุดๆ

ขนาดน้องกุชชี่ยังนั่งจ้องน้ำลายยืดเลย ฮ่าๆๆๆๆ

เอาล่ะ เรามาวอร์มเตารอกันเถอะ

ระหว่างที่พี่บีมมัวแต่ไปถ่ายรูปข้าวยำ พี่ยูก็นวดแป้งพิซซ่าจนจะเสร็จแล้ว!!! ถ่ายไม่ทันตอนนวดเลยเห็นไหม!!

ที่จริงคุณก้อยนวดแป้งเตรียมไว้ให้แล้วเป็นก้อนๆ ยูแค่รีดออกมาให้เป็นแผ่นค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
หน้าพิซซ่าก็มีให้เลือกทั้งไส้กรอก เบค่อน ชีส ผักโขม โหระพา ใครอยากปั้นพิซซ่าแบบไหนก็จัดการเต็มที่เลยจ้า

งามไหมๆๆๆๆ

เดี๋ยวจะเอาเข้าไปอบละน้า

เตาวอร์มจนร้อนได้ที่แล้ว

ใส่เข้าไปโลดดดดด
เราพึ่งรู้ว่าพิซซ่าเตาถ่านเขาอบกันแบบนี้!!!
เมื่อเราวอร์มจนเตาร้อนได้ที่ ก็ต้องกวาดถ่านไปไว้ด้านข้าง และเวลาที่ใส่พิซซ่าเข้าไปเนี่ย ก็ต้องระวังอย่าให้ใกล้ถ่านจนเกินไปเพราะมันจะไหม้!
ที่สำคัญคือ ต้องคอยดูและคอยกลับด้านพิซซ่า อยากบอกว่า พิซซ่าสุกเร็วมากๆๆ เพราะข้างในร้อนสุดๆ ต้องคอยจับตาดูไว้ให้ดีนะคะ

เสร็จแล้ววววว น่ากินไหมๆๆๆๆ

ถาดนี้ของคุณก้อยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง สวยเลยอ่ะ

หั่นออกมาแล้วมีความชีสยืดเบาๆ ดูโปรมาก

ในขณะที่ของพวกเรานั้นเป็นแบบนี้!! ฮ่าๆๆๆ น่าทานไหมคะ (มีเขื่อนด้วยอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ)

ดูๆๆๆ มีความชีสยืด (ของคนอื่นนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ)

จริงๆมีอีกเมนูนึงที่อร่อยมากๆ แต่เรา ลืมถ่ายมา!!!! มัวแต่กิน อิ่มลื้มมมมม ฮ่าๆๆๆ ฮือๆๆ เค้าผิดไปล๊าวที่ตะกละจนลืมทำหน้าที่

อีกสิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าทุกคนที่ไปที่นี่จะได้รับกลับมาก็คือ “แนวคิด” ดีๆในการใช้ชีวิต ส่วนตัวเราคิดว่า สิ่งสำคัญก็คือการหันกลับมามองตัวเองดีๆว่า เรามีอะไร เราทำอะไรได้ สิ่งสำคัญคือไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก!!

เอาล่ะ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
แต่!! เรายังไม่ยอมกลับกรุงเทพกันง่ายๆ ก่อนกลับขอแวะอีกสักที่(สองที่) ก่อนนะ ฮ่าๆๆๆ

เรามากันที่ ตลาดสุเทพ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน

จริงๆไม่ได้กะจะซื้อไรละนะ แต่ไส้อั่วเขาอร่อยอ่ะ เลยต้องซื้อกลับไปฝากคนทางบ้านกันหน่อย ฮ่าๆๆๆๆ

ดูดีย์อ่ะ

แถมเจอของขวัญวันเกิดแมวด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ ป้ายน่ารักเชียว

ด้วยความที่ไม่รู้จะซื้ออะไร บวกกับพี่ยูบังเอิญกดเจอร้านกาแฟน่าสนใจใกล้ๆนี่เอง เลยต้องรีบจ้ำไปชิมซะหน่อย

ถึงแว้วว เดินมาแค่ 5 นาทีเท่านั้น
https://www.facebook.com/Maledcoffeeroasters/

จุดเด่นของร้านนี้เห็นจะเป็นเครื่องคั่วกาแฟที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้านนี้แหละค่ะคุณผู้ชม!!

ร้านนี้ชื่อว่า “เมล็ด” ค่ะ แน่นอนว่า หมายถึง เมล็ดกาแฟสิค่ะ จะเป็นอะไรไปได้

ร้านเล็กๆสีขาว มีเมนูให้เลือกหลากหลายเลย แต่ด้วยความรีบและอยากได้อะไรเย็นๆเพราะอากาศร้อนโพดๆ
เราจึงเลือกสั่งเป็น Signature Drink ที่เป็นเมนูเย็นค่ะ

มีขายเมล็ดกาแฟให้ไปชงดื่มเองที่บ้านด้วยนะ คอกาแฟอย่าลืมแวะมาเช็คอินนะคะ

แก้วนี้เป็น Coffee Jelly x Vanilla Milk ที่เห็นดำๆนั้นคือเยลลี่กาแฟล้วนๆเลยค่ะ
เยลลี่อร่อยดี พี่บีมบอกว่าส่วนของนมหวานไปหน่อย (ก็ปกติพี่บีมดื่มแต่กาแฟดำนิ!!)

ส่วนของยูน่ารักมุ้งมิ้ง “Orange Cold Brew” เป็น กาแฟ Cold Brew x Orange Juice ค่ะ!
เข้ากันดีอย่างประหลาด ตอนแรกจะสั่งเป็น Take Away แต่ว่า หูยยยยย เสิร์ฟมาน่ารักอ่ะ
รีบกรึ่บๆก่อนขึ้นรถไปสนามบินแทบไม่ทัน อร่อย หอม สดชื่น ตาตื่น แน่นอน!

แชะรูปหมู่ก่อนกลับกรุงเทพกันซะหน่อยยยย หน้าตาสดชื่นเสมือนพึ่งมาถึงเชียงใหม่ ทำไมหน้าตาพร้อมเที่ยวกันขนาดนี้นะ ฮ่าๆๆๆๆ

ก่อนเครื่องขึ้นเรายังพอมีเวลาว่าง เลยไปนั่ง Boutique Lounge ของ Bangkok Airways กันซะหน่อยค่ะ

ทางพันทิพย์ x Bangkok Airways ก็ใจดี๊ใจดี ให้เรานั่งเครื่องกลับกรุงเทพกันสบายๆ

ในเล้าจ์ค่อนข้างกว้าง มีมุมให้เลือกนั่งหลากหลาย

แถมยังมี Internet / Wifi ให้ใช้ฟรีด้วยนะคะ

เลือกที่นั่งได้แล้วก็ไปตักขนมกันค่ะ อิอิ เริ่มจากอะไรดีนะ
เขาบอกว่า ข้าวต้มมัดที่นี่อร่อยมากกกกกก

Butter Cake ก็หย่อยๆนะ

ทานขนมอย่างเดียวเดี๋ยวจะฝืดคอ ขอน้ำส้มหน่อยค่ะ

อุ้ย ข้างๆมีป็อบคอร์น เอามาด้วยดีไหมนะ ฮ่าๆๆๆๆ

ชา กาแฟ โกโก้ก็มีนะคะ

อันนี้เสิร์ฟพี่บีมเจ้าค่ะ

เล้าจ์คนไม่พลุกพล่าน มีมุมแสงสวยๆให้นั่งถ่ายรูปเล่นด้วย กำแพงสีตัดกับเสื้อไปอี้กก

แล้วก็ถึงเวลาขึ้นบิน เตรียมตัวงีบเพื่อเอาแรงกลับไปนั่งเขียนรีวิว​
แต่เวลาพนักงานต้อนรับออกมา สาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ และ ทางออกฉุกเฉิน ฟังด้วยนาจา

แต่เดี๋ยวก่อน!! เครื่องขึ้นไม่ทันไร มีของว่างมาเสิร์ฟอีกล๊าวววว
เป็นหอยจ๊อ+ข้าวเหนียว พี่อิ่มมากกกก พี่ไม่ไหวล๊าวววว แต่พี่ก็กินเข้าไปอีก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

เครื่องทะยานขึ้นฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แอบสะกดขอพี่คนข้างๆให้เขาหลบให้หน่อยอยากถ่ายรูปปีกเครื่องบินบ้าง
เพราะเราไม่ได้นั่งติดหน้าต่าง ฮ่าๆๆๆ

ท้องฟ้าวันนี้สวยมากกกกก

แล้วเมื่อเครื่องลดระดับลง ก็เป็นเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกแล้ว แสงแดดตอนนั้นสวยมากกก
ทริปนี้ของเราก็จบลงอย่างเป็นทางการ นอกจากจะได้ความสุขและความสนุกจากการท่องเที่ยวแบบที่เราได้รับจากการไปเที่ยวทุกครั้ง

ครั้งนี้มันมีความพิเศษตรงที่เราได้ “เพื่อน” ร่วมทริปใหม่ๆ เราได้ความรู้(สาระ)จากพี่ๆทีมงานททท. แบบที่ปกติถ้าไปกันเองก็จะได้น้อยหน่อย เพราะต้องไปหาอ่านกันเอง ฮ่าๆๆๆๆ

ขอบคุณกิจกรรมดีๆแบบนี้อีกครั้งนะคะ สัญญาว่าถ้ามีจัดกิจกรรมแบบนี้อีก พี่ยูจะรีบไปโพสต์ชิงรางวัลอย่างแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ

ไว้เจอกันใหม่นะคะ ยิ้ม

ฝากติดตามพวกเราได้ที่

http://fb.com/beamwithyuu
หรืออออ
http://beamwithyuu.com

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s