OKINAWA (Part: เที่ยววววว) หนีร้อนให้ไปทะเล แต่ถ้าอยากหนีคนโลเลให้มาหาพี่

ไซบีเรียนฮัสกี้ Haitai~~~~ (สวัสดี ภาษาท้องถิ่นโอกินาว่า ของผู้หญิง)
 #หนีร้อนให้ไปทะเล อยากหนีคนโลเลให้มาหาพี่
กลับมาแล้วววววว คราวนี้เราจะไปเที่ยวกันทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
ไม่ได้ขี้เกียจทำรูปนะ พอดีเปิดไปเจอรูปตอนไปเที่ยวแล้วรูปสวยๆเยอะมาก แล้วก็คิดว่ายังไม่เคยทำกระทู้โอกินาว่าเลย
ฮ่าๆๆๆๆๆ ทริปนี้ไปมาเมื่อ กรกฎา ปี2017นะคะ
ตอนนั้นบังเอิญได้ตั๋วของพีชแอร์ถูกมากๆ เลยไปแบบไม่ได้เตรียมตัวเลย
แถมคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้อยากชิวเล่นเซิร์ฟยอร์ดหรือดำน้ำ
เลยกลายเป็นทริปตัวไม่เปียก แต่เราก็ไปขับรถวนรอบเกาะเล่นๆมานะ อิๆ


เอาหล่ะค่ะ ตามมาชมโอกินาว่า สไตล์คนไม่เล่นน้ำทะเลกัน
ขอบอกว่า เปิดเพลงประจำเมืองฟังคลอไปด้วยนะคะ จะได้อารมณ์ไปอีกแบบ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

พาสปอร์ตพร้อมแล้ว ออกเดินทางกันเลย!

สายการบินที่มาคือ Peach Air
เนื่องจากเห็นโปรตั๋วถูกแบบสุดๆ ซื้อโดยไม่ต้องคิดเลยทีเดียว

ช่วงที่มาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมค่ะ
แดดไม่ต้องพูดถึง…….. ระอุ

เนื่องจากมากัน 4 คน แถมโอกินาว่ายังขึ้นชื่อเรื่องรถเมล์หายากอีกต่างหาก
เราเลยตัดสินใจเช่ารถกับ OTS กันค่ะ โดยที่ทาง OTS เขาจะมีรถรับจากสนามบินเพื่อมารับรถเช่าด้วยนะ สะดวกสุดๆ

ที่ออฟฟิศของ OTS จะมีขายตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
มีขายเป็นเซทด้วย จะไปไหนลองเช็คราคาดูได้นะคะ ซื้อที่นี่ถูกกว่าไปซื้อตามสถานที่เที่ยวต่างๆนิดหน่อย

ได้รถแล้วก็ออกไปซิ่งกันนนนนนนนน

สำหรับเราแล้ว โอกินาว่าไม่เหมือนโตเกียวเลย ทั้งบรรยากาศและผู้คน
แบบคนโอกินาว่าไม่นอบน้อมนะจะออกแบบ เฮฮา อเมริกันสไตล์ โย่วๆหน่อย ฮ่าๆๆๆๆๆ

เป้าหมายแรกของเราคือ ปราสาท Shuri
ใกล้ๆทางเข้าปราสาทจะมีลานจอดรถจ่ายเงินด้วยตู้อัตโนมัติอยู่ค่ะ
ไม่ยากๆๆๆๆ มีภาษาอังกฤษอธิบายเรียบร้อย

ด้านในตึก Infomation จะมีร้านอาหารและโรงอาหารด้วย
บริเวณนั้นจะมีโต๊ะเล็กๆ
ให้เราไปรับแผนที่ที่สามารถเอามาสแตมป์ตรงจุดเช็คพ็อยได้ค่ะ

อย่าลืมหยิบมาเล่นกันนะ

เข้าไปเดินชมด้านในปราสาทกัน

ที่นี่คือ Shureimon (守礼門) เป็นประตูที่อยู่ในแบงค์ 2,000 เยนด้วยนะ

เมื่อมาที่ SHURI castle อย่าลืมแวะมาดู 
Shuri kinjo-cho Stone Park นะจ๊ะ บันไดแต่ละขั้นสูงมากจริงๆ

วิวจากยอดปราสาท…. ขาสั่นหงับๆๆๆๆ แดดร้อนเปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ ร้อนกว่ากรุงเทพอี๊กกกก
เราไม่ได้เข้าไปดูตรงปราสาทเพราะปิดซ่อมนาจา ใครไปถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ

สถานที่ต่อมา เรามาต่อกันที่ฐานทัพใต้ดิน
Kaigungo Navy HQ Park

ภาพถ่ายสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเรียงกันเป็นทางยาว บรรยากาศช่างแตกต่างกับสถานที่แรกที่เราไปมาเมื่อเช้าเลยจริงๆ

ในส่วนของ Museum ตรงนี้เดินชมฟรีนะคะ เป็น Museum ที่ว่าด้วยสงครามโลกครั้งที่สอง

มีของใช้ เสื้อ ปืน สมัยนั้นโชว์ด้วย

ถ้าจะลงไปดูฐานทัพกองบัญชาการทหารจะต้องเสียค่าเข้านะคะ จ่ายโลด

ก่อนทางเดินลงไปยังฐานทัพใต้ดิน มีดอกไม้วางอยู่ด้วย

ใกล้ๆกันก็มีเจ้าแม่กวนอิมด้วยนะ วังเวงมั้ยหล่ะ

ขณะที่เดินลงไปอากาศจะค่อยๆเย็นขึ้น และความชื้นก็สูงขึ้นด้วย

ด้านล่างนี่คือฐานทัพใต้ดินที่ทหารสมัยก่อนขุดไว้ บรรยากาศวังเวงสุดๆ แถมตอนที่ไปไม่มีใครเลยด้วย

ห้องนี้คือ  ห้องของผู้บังคับบัญชาการ ค่ะ
เค้าบอกว่าห้องนี้….. ตรงเนี่ยยยยย มีคนเสียชีวิต 6 คน แงงงงงงงงงงงงง

ฐานทัพใต้ดินจริงๆก็ถือว่ากว้างนะ ห้องนั่นนี่เยอะแยะมากมาย
มีหลายๆห้องที่เขาพยายามรักษาไว้ให้เหมือนเดิม (แบบห้องนี้)
แต่หลายๆห้องก็ดูไม่รู้แล้วว่าขุดไว้ทำอะไร เราจึงเดินออกมากันอย่างเงียบๆ
มัวแต่โอ้เอ้เดินถ่ายรูปกันอยู่นาน ออกมาจากฐานทัพก็เกือบเย็นแล้ว

เราจึงมาเดินต่อกันที่ Kokusai Dori Street

ถนนที่นี่ยังมีทั้ง Pablo / Starbucks / ดองกี้ ร้านฮิตของคนไทยด้วย แต่เราไม่ได้ถ่ายรูปมา ต้องขออภัยมาณที่นี้ด้วย ฮือออ

ส่วนเจ้านี่คือ Shisa เป็นสิงโตมีเพศผู้กับเพศเมีย มาสคอตประจำโอกินาว่า
มาที่นี่จะเห็นแทบทุกบ้าน ทุกร้านอาหารที่ไปก็ว่าได้ มีความจีนๆหน่อย
เพศผู้อ้าปากเชื่อว่าเป็นการขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป ส่วนเพศเมียปิดปากไว้เหมือนการเก็บสิ่งดีๆเอาไว้

นี่อะไร น่าร๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆ

ย่านนี้เรียกได้ว่าเหมาะแก่การช้อปของฝากเป็นที่สุด คือมีทุกอย่างให้ซื้อกลับไทย
ถ้าอยากได้อะไรเจอที่ถนนนี้แล้วซื้อไปเลย จะไม่ค่อยเจอซ้ำกับที่อื่นนะ

อันเนี่ย เดินเข้ามาร้านขายขนมของฝากแล้วเจอ…..
ไม่ใช่เด็กจริงๆนะ แต่เอาเสื้อผ้า ถุงพลาสติกมาวางๆเหมือนเดินฟุบเก้าอี้อยู่ ทำเพื่ออออ!!! ยิ่งขวัญอ่อนอยู่

มาต่อกันที่ Okinawa Outlet Mall “ASHIBINAA”
ที่นี่ขอยกให้ท่านแม่เดินช็อปปิ้งเลยจ้าาา
ส่วนพวกเราจะแอบไปหาที่นั่งหลบแดด ฮ่าๆๆๆๆๆ

ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลลลลลล  เป็นโซนพิเศษที่เปิดให้เข้าเป็นเวลาด้วยนะ แอบเห็น Levis ตัวละพันกว่าเยน อื้อหืออออ

ที่ Ahibinaa จะมีแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์อื่นๆเยอะมาก ใครอยากช้อป BEAMS ถูกๆก็ไปที่นี่ได้เลย

ไม่ไกลจากสนามบินยังมีที่เที่ยวให้เราแวะไปเดินกินลมชมวิวได้อีกที่หนึ่ง นั่นก็คือ  Senagajima Umikaji terrace

Umikaji terrace นี่ร้านอาหารเยอะมากจริงๆ มุมถ่ายรูปสวยๆก็เยอะนะคะ ควรมาๆๆๆๆ

แผนที่ประมาณนี้

ที่เห็นด้านหลังเป็นอาคารสีทะมึนๆนั่นเหมือนจะเป็นโรงแรมแช่ออนเซนไฮโซวๆ ดูดีย์มาก แน่นอนว่าเราไม่ได้เข้าไป ฮ่าๆๆๆ

มีที่ให้ล่ามสุนัขด้วยนะ

บรรยากาศอีกฝั่งหนึ่ง นั่งชมวิวกันเพลินๆเลยค่ะ

ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่โอกินาว่า เสียงที่ได้ยินตลอดเลยคือเสียงเครื่องบิน
พี่มะกันเขาเอาเครื่องมาซ้อมบินกันเป็นประจำแทบทุกวัน คนที่นี่เขาก็ชินกันหมด มีเราเนี่ยแหละเห็นทีไรตกกะใจทู๊กที

เที่ยวในเมืองกันมาเยอะแล้ว ต่อไปเราออกไปเที่ยวนอกเมืองกันบ้างเนอะ!!

ที่แรกที่เราไปก็คือ Busena Marine Park ที่นี่มีกิจกรรมหลายอย่างให้เลือกทำนะคะ
เห็นคนญี่ปุ่นเองก็มาว่ายน้ำเล่นกันสนุกสนาน แต่เราไม่เล่นค่ะ เราร้อน !!!!

จอมเทียนไหมคะ
ล้อเล่นน้าา หาดเขาขาวสะอาดมากกกกกกกก กลางวันแสกๆญี่ปุ่นลงไปเล่นน้ำกันเต็มไปหมด

ที่นี่มีที่ชมธรรมชาติใต้น้ำแบบ 360 องศาโดยไม่ต้องตัวเปียก เดี๋ยวเราจะลงไปข้างล่างกัน

ก่อนอื่น แอบแวะให้อาหารปลากันก่อน มีตู้กดอาหารปลาด้วยนะ

อาหารปลาแพคเกจจิ้งยังน่ารักเลย

หักเปาะออกมา โยนลงไปได้ทั้งหมด ไม่มีขยะ รักโลกกกกกกกก

ลงมาข้างล่างก็จะมีช่องให้ส่องปลาประมาณนี้

แต่….

แต่…….

ภายในอาคารนี้เปิดแอร์เย็นมากกก
เย็นแบบชนิดที่ยืนสั่นหงึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เนี่ยเดินขึ้นมาแล้วแว่นเป็นฝ้า กล้องเลนส์ไม่ต้องพูดถึง

บรรยากาศดีมากกก ลมเย็นสบายแต่แดดเผาไหม้สุดๆ

นอกจากลงไปส่องปลาใต้ท้องทะเลแล้ว ที่นี่ยังมีให้นั่งเรือชมปลาด้วยนะคะ แต่พวกเราไม่ได้ไปมา เพราะพี่บีมเมาเรือ ฮ่าๆๆ

เรามาต่อกันที่หน้าผา มันซาโมะ ช้างๆๆๆ น้องเคยเห็นช้างรึเปล่า

อยากบอกว่าที่นี่เราถ่ายรูปได้แค่จากมุมนี้เลย เพราะมุมอื่นนั้น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

ตลอดทางเดินนักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ ต่างจากทุกที่ที่เราไปมากๆ
ถ้าไปที่นี่ก็จะเจอทัวร์มาลงทีละหลายๆคันรถ อยากมาสงบๆคนน้อยๆแนะนำให้มาเช้าๆนะคะ

ขอแทรกที่เที่ยวด้วยที่พักคืนนี้ของพวกเราซะหน่อย เป็นบ้านจาก Air BNB
เราเลือกบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่น จริงๆก็มีให้เลือกเยอะมากเลยนะ แต่ข้อดีของที่นี่คือ
อยู่ใกล้ Aquarium ที่เราจะไปในวันพรุ่งนี้ เพราะเราตั้งใจจะไปกันตั้งแต่เช้าเพื่อเลี่ยงคนเยอะๆ

บ้านนี้นอนได้ 4-5 คน มี 2 ห้องนอน ทั้งแบบนอนพื้นกับนอนเตียง น่ารักมุ้งมิ้ง…..
เสียอย่างเดียว….. จิ้งจกในห้องน้ำตัวใหญ่มาก ดุด้วย แงง

แถมมีบริเวณห้องนั่งเล่นให้นั่งดูทีวีชมสวนชิลๆด้วย

นอกจากห้องนอนและห้องนั่งเล่นแล้ว แน่นอนว่าต้องมีห้องครัวด้วย
เราจึงได้ทำอาหารทานเองกันแบบสไตล์ญี่ปุ่น ในครัวเขาจะมีภาชนะเครื่องครัวให้กับเครื่องปรุงพื้นฐานอย่างเกลือกับซีอิ้วให้
เราก็เลยแวะซื้อวัตถุดิบอื่นๆมาทำทานกัน แฮปพรี่ๆค่ะ

อิ่มแล้วก็เตรียมลุ๊ย!

วันนี้เราจะไปที่ Okinawa Churaumi Aquarium กัน

อุตส่าห์เลือกที่พักใกล้ๆจะได้มาเช้าๆใช่ไหม สรุปนอนตื่นสายจ้า ซิ่งไปสิ ฮ่าๆๆๆ

ถึงแว้ววว


ที่พื้นมีปลาด้วยนะ

บ่อแรกที่เจอในอควอเรียมคือนี่เลย Touch Pool แบบใน Finding Dory
ฮืออออออ…. สงสารปลาดาว

อควอเรียมที่นี่จัดส่วนตู้แสดงได้ดีเลย เดินดูปลาทุกตู้ได้แบบไม่เบื่อ จัดแสงก็สวยมากๆ ตอนนั้นประมาณสิบโมงกว่า ก็จัดว่าคนเยอะพอประมาณค่ะ


พี่บีมชอบตู้นี้ที่สุด บอกว่าสวยย

ตัวนี้ตลกมาก เรามาหยุดจ้องนางอยู่นาน
นางก็จ้องตาแล้วเคี้ยวฟันไปเรื่อยๆ เอ็นดูววววว (ไปดัดฟันไหมมม)


กระพุนน้อยกลอยใจ

ปลาหมึกบินได้ น่าร๊ากกก

ไส้เดือนนนน!!

แมงกระพรุนอีกสายพันธ์

สวยเนอะ

ไฮไลท์ของที่นี่ก็คงหนีไม่พ้นตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีฉลามวาฬเนี่ยแหละนะ…
แต่เอาจริงๆ โดยส่วนตัวเรามองแล้วเศร้ามาก
เค้าเป็นสัตว์ใหญ่ ถึงตู้กระจกอันนี้จะใหญ่จริงๆ แต่ปลาฉลามวาฬทำได้แค่ว่ายน้ำเป็นวงกลม

สังเกตดีๆที่ปากและหัวจะมีลอยแผลแทบทุกตัว
คือเราเศร้ามากจริงๆแบบหดหู่เลย แล้วก็คิดว่าจะไม่อุดหนุนหรือส่งเสริมให้มีการจับสัตว์ทะเลมาขังแบบนี้แล้ว

ตรงบริเวณที่ติดกับตู้กระจกใหญ่จะเป็นคาเฟ่ที่เราสามารถมานั่งชมปลาได้ แต่ต้องไปจองคิวไว้นะคะ

ออกมาจากในตัวตึกอควอเรียม จะมาเจออีกอาคารนึง ชั้นบนจะมีร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์อยู่
เนื่องจากหิวและยังไม่ได้ดูส่วนอื่นๆในอควอเรียมก็เลยเลือกทานที่นี่แหละ ง่ายๆดี

ซึ่งหลังจากทานอาหารเสร็จเราได้แวะไปดูน้องเต่า และสิงโตทะเล
แต่เห็นแล้วสงสารน้องมากๆโดยเฉพาะเต่า คือ หัวเป็นแผลทุกตัว และทุกตัวคือว่ายวนๆมาชนกระจกไปเรื่อยๆ จึงไม่ขอลงรูปนะคะ สงสาร ฮือออ

High Light ที่สุดของที่นี่เห็นจะเป็นตู้กาชาปองงงงงงงงงง
ชั้นได้ตัวแรร์ด้วยนะจ๊ะ อิๆๆๆ

เป้าหมายต่อไปของเราคือการไปชมหินรูปหัวใจที่อยู่ไม่ไกลจากอควอเรียม
แต่ระหว่างทาง สายตาเราก็เหลือบไปเห็นสิ่งนี้

เอ๊ะ นี่มันอะไรกันนะ

เป็นร้านขายของฝาก ที่มี Dragon Ball ด้วย!! คือเราไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้ยังอยู่ไหมหรือแค่เป็น Event มาแจมเฉยๆ

มีของเกี่ยวกับดราก้อนบอลขายเต็มไปหมด
เบจิต้าตัวเบอเริ้มเลย อย่านะกลัวล๊าววววววว

ระหว่างทาง เราก็ขับมาเจอสิ่งนี้เข้า… ใครขับตุ๊กๆมาโอกินาวะสารภาพมานะ!! ฮ่าๆๆๆ

 ถึงแล้วจ้าาาาา ทางเข้า หินรูปหัวใจ หรือ หางวาฬ ที่ Kouri Island
ที่นี่เขามีห้องน้ำให้เข้าด้วยนะ และเหมือนว่าต้องเสียค่าจอดรถด้วย
แต่เราไปถึงกันเย็นมากๆแล้ว พนักงานหายตัวไปแล้วเรียบร้อยเหลือแต่กล่องให้หยอดเงิน ก็อย่าลืมไปหยอดเงินกันด้วยนะคะ

ทางเดินแอบปีนป่ายหน่อยๆแต่สนุกดีนะ

มาทันเวลาพระอาทิตย์ตกพอดี สวยมากเลย

หางน้องวาฬ

ยืนถ่ายรูปจนแสงหมดเลย

ตื่นเช้ามาวันนี้เราจะไปกันที่จุดเหนือสุดของเกาะ Okinawa กัน
แต่ก่อนไปขอแวะ Gorilla Chop ระหว่างทางนะคะ

บริเวณนี้จะมีคนมาดำน้ำเต็มเลย เขามีสอนว่ายน้ำด้วยนะ

แต่ที่เหมือนเดิมคือ แดดร้อนเหลือเกินพี่ชายยยย หนีร้อนจากกรุงเทพมาอาบแดดต่อที่โอกินาว่าเนอะ!

เดินระวังลื่นนะคะ เพราะบันไดเปียกตลอดเป็นตะไคร้น้ำ พี่บีมลื่นล้มมาแล้ว ฮ่าๆๆๆ


ใกล้ๆกันจะเป็นเป็นท่าเรือ ตอนไม่มีเรือนี่สงบมากๆ

มีลุงคนนึงมานั่งตกปลา ชิวมากเลยลุง

ถึงแล้วววว Cape Hedo ยอดสุดของโอกินาว่าคุง

ลมเย็นสบาย มองไปเห็นแต่น้ำทะเล

อากาศดีมากกกกจริงๆ


ที่นี่จะมีทางเดินให้ลัดเลาะไปตามแนวเขาได้ ขอให้เดินกันด้วยความระมัดระวังนะคะ
จังหวะที่เรามาเจอหนุ่มทหารอเมริกัน หล่อล่ำมาเดินเล่นกันด้วย
อยากจะแทคเพื่อนสาวจริงๆให้ตายสิ
อ๊อยยย รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ขอเกาะแขนหน่อยค่ะ (คริ)





ระหว่างทางลงจาก Cape Hedo ก็จะเจอกับร้านของฝากข้างทางค่ะ ที่นี่คือ Yanbaru Antenna

เป็นร้านขายของฝากทั่วๆไป มีห้องน้ำให้แวะเข้าพร้อมร้านอาหารอร่อยๆอยู่ข้างหน้าร้านของฝากด้วย เป็นจุดแวะพักทานข้าวระหว่างทางที่แนะนำ

อีกจุดพักหนึ่งที่แวะได้คือ จุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ ข้างในมีทั้งอาหารและของฝากให้เราเลือกช้อปกันนะคะ

ตู้เยอะมากเลือกไม่ถูกเลย

“พี่บีมของเหรียญหน่อยยยยย!!!”

ไปต่อกันที่หมู่บ้านวัฒนธรรมประจำโอกินาว่ากันค่ะ “Ryukyu Village”

ด้านในจะมีศิลปะวัฒนธรรมริวกิวพื้นเมือง
มีบ้านโบราณ แถมมีโชว์การแสดง และสอนเล่นซามิเซ็นด้วยนะ

สามารถมาเที่ยวเล่นที่นี่ได้แบบเต็มวันเลยค่ะ เสียดายคือพวกเรามาเกือบบ่าย
เลยทำให้เหลือเวลาเดินเล่นที่นี่ไม่มาก เลยต้องรีบๆเดินรีบๆถ่ายรูป






โชว์น่ารักๆ


เค้าเรียกลงไปรำเราก็ไป จ้าง 100 เต้น 1,000

พี่บีมพี่ยูมี๊และป๊าาาาา


กินได้มั้ยนะ…..
บ้านเราอาจจะไม่ตื่นเต้นกับน้องทุยเท่าไหร่
แต่น้องคนนี้เค้าข้ามน้ำข้ามทะเลมา เค้าเป็นดาราของเกาะนี้เลยทีเดียว

ตู้กดอาหารปลา นึกว่าตู้กดบุหรี่ ฮ่าๆๆๆ

ไหนๆ ใครแฟนโบอายกมือขึ้น
ตรงนี้ขอเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ คือทางเดินเข้ามาโซนนี้เนี่ย เป็นซุ้มประตูรูปงู
เพราะที่โอกินาว่าจะมีงูโบอา ซึ่งเป็นงูที่พิษร้ายแรงมากๆ แล้วโบอาแฮนคอร์กเนี่ย
เจ๊แกเป็นตัวละครในการ์ตูนวันพีซที่เกี่ยวกับงู เราก็เลยเดินชมมาเรื่อยๆ มีทั้งไหดองงูแบบต่างๆมากมาย
กะว่าเดี๋ยวได้ดูโชว์จับงูแน่นอน เราก็เดินตรงตามทางเข้าไปเรื่อยๆค่ะ…

แล้วก็มีเจอกะลุงคนนี้แทนซะงั้น เปลี่ยนจากโชว์จับงูมาจับกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลง ซูบารุโย ให้ฟังแทน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
คุณลุงร้องได้ 3 เพลง คนลุกหนีออกไปหมดเลย โธ่ ลุง เขานึกว่าจะเจองู ฮ่าๆๆๆ

มาๆเรียนกันไหม


งงไหมมาโผล่ที่นี่ได้ไง? สงสัยมากับพี่ตุ๊กๆ ฮ่าๆๆๆ

สถานีต่อไป พวกเราพาพ่อแม่ไปทรมานค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
Blue Cave Tour มาถึงนี่ไม่ลงน้ำทะเลเลยมันก็อะไรอยู่นะ
ที่นี่เป็นทัวร์พาเดินชมปลาใต้น้ำ เดี๋ยวจะใส่หมวกออกซิเจนเดินในน้ำกัน จะเป็นยังไงนั้น ตามมาเลย

สภาพใต้น้ำก็จะประมาณนี้ค่ะ ทะลักทุเลพอสมควร ฮ่าๆๆๆๆๆๆเขาจะพาเรานั่งเรือออกมาจากฝั่ง มายังจุดที่น้ำไม่ลึกมา (ประมาณ 6 เมตรได้)
คือหมวกเนี่ย หนักมากกกกก มันจะกดน้ำหนักให้เราจมอยู่ใต้น้ำได้
โดยที่คอยปั้มอากาศเข้ามาในหมวก เขาก็จะมีสอนวิธีเคลียร์หูให้ และทำยังไงให้น้ำไม่เข้าหมวก
สนุกดีน้า ปลาเดือดมาก ถืออาหารไว้ในมือไม่ได้เลย โดนรุมมม ฮ่าๆๆๆ

นีโม่จ๋าาาาาาาา

พี่ไกด์แบบเก่งมากอะ อยากทำแบบนี้ได้มั่ง
แบบปล่อยฟองอากาศเป็นวงๆเงี้ยยยยยยย

โอกินาว่าไม่ได้มีแค่หมู่บ้านวัฒนธรรมนะ ยังมี Okinawa World Cultural Kingdom Gyokusen Doบุกป่า ขึ้นเขา ลงทะเล คราวนี้เรามาเข้าถ้ำกันบ้างนะ
ทริปนี้ครบจริงๆ

เป็นถ้ำหินงอกหินย้อน ที่ใช้เวลาเดินครึ่งชม.! ส่วนพวกเราเดินไปชั่วโมงนึงเต็มๆ เพราะแวะถ่ายรูปตลอดทาง ฮ่าๆๆๆ

เข้ามาละ… หินงอกบางก้อนนี่รูปร่างเหมือนคนเลยอ่ะ บรึ่ยๆๆ
แต่เอ๊ะ บรรยากาศล้ายๆตอนไปดูถ้ำหนอนเรืองแสงที่นิวซีแลนด์ เดินจากนี่จะไปโผล่นิวซีแลนด์เลยมั้ยนะ

กว่าจะงอกออกมาได้ขนาดนี้คือใช้เวลานานมากกกกกกกกกกกกกกกกก

เกือบลืมบอกไป เข้ามาในถ้ำแนะนำให้สวมหมวกมาด้วยนะคะ
เพราะยังมีน้ำหยดอยู่ จะเลอะเสื้อผ้าเปียกหัวได้ ส่วนทางเดินเขาทำทางเดินไว้ค่อนข้างดี แต่ก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ

นี่มันบ่อน้ำจากหนังเรื่องไหนกันนะ น้ำเป็นสีฟ้า!!!
“ที่ไหนละ เขาเอาไฟส่องโว้ยย” – พี่บีมตะโกนมาขัดฟิวส์อ่ะ โว๊ะ

แล้วดูก้อนนี่สิคะคุณผู้ชม ใหญ่มาก

ออกมาด้านนอกถ้ำก็จะมีสวนพืช โซนดูสัตว์
โชว์งู เป่าแก้ว แต่งชุดพื้นเมือง และกิจกรรมต่างๆให้ทำเพียบ คือที่นี่ค่อนข้างใหญ่มากๆ
คือมีอะไรให้ทำค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ทั้งมีโซนให้ช้อปปิ้งด้วย พวกเรารีบเดินจ้ำๆเพราะกลัวไม่ทันดูโชว์งู ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาซะเยอะ

ด้านหน้าอาคารที่มีโชว์งูมีน้องกิ้งก่าคอยต้อนรับด้วย น้องไม่ดุแต่อย่าพุ่งเข้าไปลูบหัวแบบสนิทกัน เดี๋ยวน้องตกใจจะหันมางับมือได้ส่วนโชว์งูข้างในนั้น ถ่ายรูปได้นะคะ แต่เราอยู่ไกลไปหน่อยเลยไม่ได้ถ่ายมา ส่วนตัวไม่ชอบด้วย ฮ่าๆๆๆ

เป่าแก้วก็มี มีให้ซื้อกลับบ้านด้วย มีให้ไปลองทำเองด้วยนะ

ออกมาจากที่กิวคุเซนโด ฝั่งตรงข้ามของตัวอาคารจะมีคาเฟ่ถ้ำแอบอยู่ ชื่อว่า “Valley of Gangala Cave Cafe” ค่ะ
เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ ตรงนี้ยังมีทางเดินให้เดินเข้าไปชมถ้ำได้อีกส่วนนึงด้วย

มีเครื่องดื่มขาย กาแฟยี่ห้อดังของที่นั่นด้วย อร่อยมากๆ แนะนำค่ะๆ

ในส่วนของที่ระลึกนั้น… เป็นสาหร่ายขนหน้าอกมนุษย์ถ้ำ น่ารักไหม ฮ่าๆๆๆๆๆ

สำหรับสถานที่เที่ยวในโอกินาว่านั้นก็หมดเท่านี้แล้วละคะ
ส่วนสถานที่กินนั้นจะเป็นยังไง ติดตามได้ในโพสต์หน้า รับรองว่า ตัวแตกแน่นอน!!

อย่าลืมฝึกร้องเพลงท้องถิ่นของที่นี่ด้วยนะ อิอิ แล้วเจอกันไหมคะ ^^

ฝากติดตามพวกเราได้ที่

http://fb.com/beamwithyuu
หรืออออ
http://beamwithyuu.com

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s