KANSAI (PART II) : KOBE เนื้อย่างก็ว่าหอม แต่ถ้าเนื้อหอมผมว่าคุณ

เข้าสู่วันที่ 3 ในทริปคันไซของเรา วันนี้เป้าหมายของเราคือ “โกเบ” ซึ่งขอบอกเลยว่า
ถ้าคุณเป็นคนรักเนื้อ กด Save Post ไว้เลยเพราะ “สายเนื้อห้ามพลาด” แล้วไปโกเบ 1 วัน จะทำอะไรดีนะนอกจากไปกินเนื้อย่าง?
หลังจากที่ลองศึกษาดูแล้วเราก็เลยตัดสินใจว่า เราจะไปดูหุ่นยนต์ ชมวัด ล่าเนื้อ แช่ออนเซ็น ขึ้นกระเช้า นั่งรถราง ชมวิวริมน้ำ นั่งชิงช้าสวรรค์
เอ๋… ทำไมมันเยอะจัง แล้ววันนึงจะไปครบหมดไหมละเนี่ย งั้นรีบตามไปดูกันเลยดีกว่า!!

 


ฝากติดตามพวกเราได้ที่

http://fb.com/beamwithyuu
หรืออออ
http://beamwithyuu.com

หนาวเนื้อ ห่มเนื้อ จึงหายหนาว

หิวเนื้อ กินเนื้อ จึงหายหิว!!

เช้านี้ต้องเร็วนะ!!
อาหารเช้าวันนี้คือข้าวปั้นขึ้นชื่อของนาระที่เราซื้อมาเมื่อวาน


แพคเกจจิ้งดีต่อใจพี่มาก เพราะเดินแกว่งถุงมาตลอดทางกลับบ้านก็ไม่สามารถทำอะไรข้าวปั้นในกล่องได้


ข้าวแน่น อร่อย ปลาสดมากกกกก
เราสามารถเลือกหน้าได้ก่อนใส่กล่องค่ะ แต่ข้าวนี่แน่นมากจริงๆ พี่นี่จุกเลย


ตบท้ายด้วยของหวานที่ซื้อจาก Kuuki เมื่อวานเหมือนกัน
จริงๆแล้วพนักงานเขาบอกว่าให้ทานภายใน 2 ชั่วโมง แต่เรานี่เล่นแช่ตู้เย็นมาข้ามวันเลย 5555
แต่ก็ยังอร่อยนะ ครีมนุ่มมากกก หวานกำลังดี สตรอเบอร์รี่ก็ฉ่ำ ดีจุงบิง


อิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันค่ะ
นี่ๆ เราชอบมาขึ้นตู้ผู้หญิง เพราะตู้น้ีหอมที่สุด 555 มีแต่กลิ่นน้ำหอมสาวๆทั้งขบวน

อ่านแล้วรู้สึกตัวเองเหมือนตาแก่โรคจิต ฮ่าๆๆๆๆ


นี่คือพี่บีมหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย เพราะพึ่งเคยเห็นม่านในรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไรเบอร์นั้นน


ใกล้ถึงแล้ว เป้าหมายแรกของเรา


#ดูหุ่นยนต์

ถึงล้าวววว Tetsujin 28 หุ่นยนต์ไอค่อนประจำเมืองโกเบ ตัวใหญ่สะใจมากกก


บริเวณนี้ไม่ได้มีแค่หุ่นยนต์นะ ยังมีห้างสรรพสินค้าแล้วก็มีสวนดอกไม้อยู่ใกล้ๆด้วย


แต่เรามาเพื่อถ่ายรูปพี่หุ่นเท่านั้น แดดเปรี้ยงขนาดนี้ สู้ต่อไปนะ!

#ชมวัด
ต่อกันที่ศาลเจ้าอิคุตะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ประจำเมืองโกเบ
ที่ศาลเจ้านี่เราจะเห็นคู่รักมาขอพรด้วยกัน เพราะมีเทพเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความรักอยู่นั่นเอง


ก่อนเข้าวัดเราก็จะต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน
โดยการใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาล้างมือทั้งสองข้าง แล้วเอาน้ำแตะที่ปากเล็กน้อย (อย่ากินเข้าไปละ!)


บังเอิญมาเจอคู่รักที่จัดงานแต่งงานกำลังถ่ายรูปกันอยู่เลย


ข้างใจก็กำลังมีพิธีบางอย่างอยู่ เห็นชาวญี่ปุ่นมุงกันอยู่ข้างนอกแล้วก็ถ่ายรูปกันด้วย
เราจึงทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีด้วยการทำตาม 55555


มีป้ายให้เขียนขอพรแล้วเอามาแขวนตรงนี้ด้วย


น้องหมาน่ารักๆ


ปีหมาทั้งที เราก็จะเห็นลายหมาน่ารักๆเต็มเมืองไปหมด


ที่ศาลเจ้านี้ยังมีเสาแดงขนาดเล็กแบบเดียวกับศาลเจ้าจิ้งจอกอันโด่งดังในเกียวโตด้วยนะ



มีรูปปั้นจิ้งจอกผู้เฝ้าประตูด้วย


บรรยากาศรอบๆก็เต็มไปด้วยดอกซากุระ


บานสะพรั่ง


อะๆ นิดนึงๆๆ จุ๊บๆ


แน่นอนว่า ศาลเจ้าหรือวัดญี่ปุ่น ก็ต้องมีเครื่องลางนำโชคอยูแล้วว


มีให้เลือกหลายแบบเลยทั้งเรื่องความรัก การงาน สุขภาพหรือการเดินทางก็มีค่ะ ลองอ่านดูนะ เขาจะมีภาษาอังกฤษเขียนอยู่


นี่ๆๆ มีให้เสี่ยงเซียมซีด้วยนะ เราจึงจัดคุ้กกี้เสี่ยงทายมาหนึ่งดอก ได้โชคดีสุดๆด้วยละ อิอิ


แต่ถ้าใครจับแล้วได้ใบที่ไม่ดีละก็ สามารถเอาไปผูกทิ้งไว้ภายในวัดได้นะคะ โชคไม่ดีเราก็ไม่เอากลับบ้านเนอะ


#ล่าเนื้อ
ไม่ทันไรท้องก็ร้องซะแล้ว เรารีบไปที่ร้านก่อนเวลานัดเพราะดันหิวขึ้นมาซะก่อน
เมื่อพูดถึงเนื้อโกเบแล้วคนส่วนใหญ่จะคิดถึง Steak Land แต่เราอยากลองหาร้านทางเลือกอื่นๆดูบ้างเลยมาเจอกับร้านนี้ “Ishida Steak”


ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นส่วนมากจะมีเซ็ตอาหารกลางวันที่ราคาถูกกว่ามื้อเย็น ทำให้เป็นที่นิยมมาก แต่ร้านนี้มีความพิเศษเพิ่มเติมคือ จะมีเซ็ตที่ไม่ได้อยู่ในเมนู เป็นเนื้อโกเบ A5 ที่มี BMS 10-12 เลยทีเดียว แต่เราจำเป็นจะต้องสั่งจองล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้นถึงจะได้กินนะ


เมื่อเข้ามาในร้าน เขาก็จะเทเกลือมาให้เราจิ้มกินไปพลางๆ (ใช่ที่ไหนละ!!)

จากภาพคือ Sea Salt – Rock Salt – Pepper ส่วนตัวชอบ Rock Salt มากๆ ฟินสุด


และแล้ว เนื้อที่ข้ารอคอยก็มาถึงงง!!
เซ็ตแรกที่เราสั่งคือเซ็ตอาหารกลางวัน เป็นเนื้อโกเบ A5 ส่วน Sirloin ที่มี BMS 8-10 น้ำหนัก 130g
ดูลายเนื้อนั้นสิคะคุณผู้ชมมมมม


เซ็ตที่สองคือเซ็ตพิเศษที่เป็นเนื้อพิเศษ โกเบ A5 ส่วน Tenderloin มี BMS 10-12 !!
น้ำหนักแค่ 110g เท่านั้น (มีให้เลือกอีกสองน้ำหนักคือ 130g กับ 160g)


ระหว่างรอเชฟย่างเนื้อ ก็จะมีออเดิร์ฟมาให้เรารองท้องกันก่อน โดยที่ทั้งสองเซ็ตจะมีออเดิร์ฟที่ต่างกันด้วยนะ
อย่างของเซ็ตกลางวันจะเปลี่ยนจากปลาในรูปเป็นสลัดมันฝรั่งค่ะ

จากรูป อร่อยม้ากกก – อร่อย – เฉยๆ


เอาเนื้อลงเตาล้าวววว เสียงมันช่างไพเราะมาก อยากให้ทุกคนได้มาฟังร่วมกันจังเลยค่ะ
เขาจะยังไม่ย่างเนื้อทั้งหมดทีเดียวนะ แต่ค่อยๆแบ่งส่วนมาย่างให้เราทาน ทำไมต้องทำร้ายพี่ขนาดนี้ด้วย


ยังค่ะ ยังไม่ได้กินเนื้อซะที ทานสลัดรองท้องไปก่อนนะ เส้นบุกกรึบๆ อร่อยมากอีกแล้ว


เมื่อเชฟย่างเนื้อเสร็จเขาก็จะตัดมาให้เป็นชิ้นพอดีคำ ในภาพเป็นส่วน Sirloin


ดูลายเนื้อ Tenderloin นั้นสิ T____T

ลืมบอกไปว่า เราบอกเขาได้ว่าเราจะแชร์เนื้อทั้งสองจานกัน แล้วก็เลือกได้ว่าอยากจะย่างสุกระดับไหน


มาแล้วค่ะ Sirloin Medium-Rare แค่แตะเกลือพริกไทยเบาๆก็ฟินนนนแล้ว เนื้อนุ่มมากกกก นุ่มแบบ นุ่มมมมมมมมมมจริงๆ


Tenderloin ❤

จากการลองทั้งสองเซ็ตแล้ว ส่วนตัวคิดว่า แค่เซ็ตกลางวันก็อร่อยมากๆแล้ว ตัว Tenderloin นุ่มกว่า ละลายกว่าก็จริง แต่เรื่องความคุ้มค่าเซ็ตกลางวันนี่ถือว่าคุ้มสุดๆ แล้วคุณภาพก็ไม่ได้หนีกันมากขนาดนั้นอีกที เชียร์ให้มาลองชิมกันดูนะ


ปิดท้ายด้วยของหวานและชาหรือกาแฟ ของหวานเองก็อร่อยสดชื่นดี ที่เห็นแป้งสามเหลี่ยมสีขาวๆนั้น
เขาห่อไอศครีมรสส้มยูซุไว้ อร่อยมากกกกกก กลับบ้านไปเตรียมลดน้ำหนักได้เลยค่ะ!!

เมื่ออิ่มแล้วก็ถึงเวลางีบ ไปสถานีต่อไปกันค่ะ


ถึงแล้ววว เมืองอะริมะออนเซ็น แน่นอนว่ามาเมืองนี่ก็ต้องมา #แช่ออนเซ็น นั้นเองงงง


แต่ก่อนอื่น เรามาช้อปปิ้งกันก่อนค่ะ 555


ร้านขายของที่ระลึกประจำเมือง เดินออกจากสถานีรถไฟมาก็เจอเลย


มีทุกอย่างที่ Inspired มาจากบ่อน้ำร้อนของที่นี่ ขอบอกว่าผงแช่น้ำร้อนที่นี่ดีมากกกก ใครไปอย่าลืมซื้อกลับมาแช่ตัวกันนะ


ตัวละครคุ้นๆม่ะ


อาคารใหญ่ๆนั้นคือร้านที่เราเข้าไปเมื่อตะกี้แต่มองจากด้านหลังแหละ


ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองบ่อน้ำร้อน ก็จะมีน้ำร้อนไหลผ่านตัดใจกลางเมืองแบบนี้เนี่ยแหละ


บรรยากาศชิวมากกก อากาศก็ดี๊ดี บางคนก็ซื้อข้าวซื้อขนมมานั่งแช่เท้าจีบกันก็มี


เพลิดเพลินค่ะ



เด็กคนนี้นี่ปีนขึ้นปีนลงหลายรอบละ พี่นี่ก็กลัวใจจริงจริ๊งง น้องจะตกลงไปไหมเนี่ย



เดินตามทางมาเรื่อยๆก็จะเจอถนนคนเดินที่มีร้านขายของที่ระลึก ขายขนมของกินเต็มสองข้างทาง


ร้านแรกที่เราแวะชิมกันคือเซมเบ้ประจำเมืองอะริมะออนเซ็น


เขามีเขียนไว้ด้วยนะว่า คำแรกจะเคี้ยวหนึบยืดๆ แต่หลังจากนั้นจะกรอบ เพราะแป้งหายร้อนแล้ว


เราที่ต้องรีบกินคำแรกภายใน 5 วิ ขนมจึงแหว่งดังภาพ 555


ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มประจำเมืองด้วย


รสชาติเหมือนลามุเนะทั่วๆไป ไม่ได้แตกต่างเลยจ้า


ส่วนเบียร์ประจำเมืองจะมีรสเข้มๆหน่อย ใครที่ชอบดื่มเบียร์ดำน่าจะชอบ


แล้วเราก็เดินมาเจออีกหนึ่งร้านที่คนต่อคิวกันยาวเหยียด ขายลูกชิ้นปิ้งนี่เอง (ไม่ใช่!!!)


มันคือดังโงะย่างร้อนๆทานคู่กับซอสโชยุเค็มๆหวานๆ แป้งดังโงะที่พึ่งย่างมาใหม่ๆหอมมาก
เนื้อแป้งนุ่มๆ Texture แบบเดียวกับชีสยืดๆเลย

ในขณะที่เนื้อโกเบอร่อยแบบ คาดเดาไว้แล้วว่ามันต้องอร่อยมากแน่ๆ
แต่ดังโงะย่างนี่มันอร่อยแบบเหนือคาดไปมากๆ ฟินสุด ทำให้อยากกลับไปกินอีกเลย


หลังจากที่ฟินกับดังโงะไปแล้วก็มาเดินชมเมืองต่อ


ทางเดินเป็นทางลาดชันเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ บ้านยังเอียงเลยดูสิ


มาแวะสต้อปต่อไปของเรา #แช่ออนเซ็น

ที่นี่จะมีบ่อออนเซ็นชื่อดังก็คือ บ่อเงิน และ บ่อทอง ซึ่งทั้งสองบ่อจะมีคุณสมบัติในการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออันเมื่อยล้าของเราด้วยนะ


มีบ่อแช่เท้าให้คนแวะพักนั่งแช่กันด้วย สบายๆ


เสร็จแล้วก็ลุกมาเดินต่ออีก!


ทางเดินตรงช่วงนี้เหมือนอยู่จิ่วเฟิ่นที่ไต้หวันมากๆ ต่างกันแค่ที่นี่เราจะเจอแต่ชาวญี่ปุ่น
ไม่ค่อยมีชาวต่างชาติเลย (พวกเราเนี่ยเป็นต่างด้าวสุดๆแล้ว 55)


เดินๆอยู่มาเจอร้านฮิตอีกร้าน เป็นร้านน้ำแข็งไสนั้นเองงง


แต่เราได้กลิ่นหอมๆมาจากอีกฝั่งหนึ่ง จึงมุ่งตรงหาของคาวทันที
ที่เห็นในมือนี่คือคร้อกเก็ตเนื้อนะครับผม!!! อร่อยอีกแล้วว

เสร็จจากอะริมะออนเซ็น เรายังมีที่ๆต้องไปอีกที่หนึ่งในวันนี้ เดินตามเจ้มา!


ฝาท่อเมืองโกเบเจ้าค่ะ


เอ๊ะ เดินไปทางนี้ถูกทางรึเปล่านะ…


หลังจากเดินขึ้นเขามาเกือบสิบนาที เราก็มาถึงแล้ว!!


นี่ถือสถานีรถกระเช้า Arima Onsen Station แล้วพอมาถึงเราก็พึ่งรู้ว่า จริงๆนั่งรถเมล์จากตรงสถานีรถไฟมาก็ได้ ฮืออออ เดินจนแร้เปียก


ถึงแล้วก็ซื้อตั๋วค่ะ เดี๋ยวเราจะได้ #ขึ้นกระเช้า ข้ามเขาไปยัง Mt. Rokko กัน


ระยะทางประมาณสิบนาที เขาจะมีเสียงบรรยายจากลำโพงในกระเช้าเกี่ยวกับกระเช้าสายนี้


วิวข้างทางก็สวยมาก เพลิดเพลินๆ


เมื่อขึ้นมาถึง Mt. Rokko เราก็จะเจอแผนที่บอกว่าที่นี่มีอะไรให้ทำบ้าง
มีทั้งร้านค้า จุดชมวิว มิวเซียม มีทั้งที่เข้าฟรีและเสียเงิน คือถ้ามาที่นี่เราสามารถใช้ชีวิตบนนี้ได้ทั้งวันเลย


เป้าหมายของเราคือตรงนี้นี่เองงงง
เราตั้งใจว่าจะมาชมวิวเมืองโกเบยามค่ำคืน แต่เอ๊ะ… ทำไมหมอกมันหนาจังง่ะ


ระหว่างรอให้ฟ้ามืด ก็เลยหาอะไรอุ่นๆดื่มกันสักหน่อย เพราะบนเขาอากาศหนาวกว่าที่คิด (ประมาณ 10 องศา) เสื้อผ้าที่พี่พกมานั้นช่วยอะไรไม่ได้เลย

อยากจะบอกว่าน้ำกระป๋องนี้ **ไม่อร่อยยย!!!** เสียใจ ฮืออ เหมือนโกโก้ผสมน้ำ 2 รอบ


เมื่อน้ำกระป๋องพึ่งพิงไม่ได้ จึงต้องหาตัวตายตัวแทน ใกล้ๆจุดชมวิวจะมีร้านอาหารง่ายๆแต่เปิดฮีตเตอร์ให้อย่างอบอุ่นอยู่ด้วย


วิธีการสั่งก็คือเดินไปจิ้มเมนูแล้วก็จ่ายเงินที่ตู้อัตโนมัติค่ะ เขาจะมีชื่อเมนูภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษเขียนอยู่ที่กระดาน
แต่บนตู้เป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวนะ


ซดซุปร้อนๆกันค่ะ ออกเค็มหน่อยๆ แต่ซุปใสๆซดลื่นปรื๊ดๆ


แถมขนมปังแกงกระหรี่อีกสักก้อน ไส้ร้อนมาก ลวกปากเลย


ทานเสร็จฟ้ามืดพอดี แต่ปรากฏว่า…


หมอกลงหนักกว่าเก่าอีก วิวเมืองโกเบราคาร้อยล้านของพี่หายไปไหนแล้ว T__T


เหมือนหมดหวังกับการชมวิวร้อยล้าน เราจึงจับรถกลับเข้าเมืองกันค่ะ
#นั่งรถราง ลงจากเขาใช้เวลาแปบเดียว แต่เราจะต้องดูรอบรถให้ดีๆนะคะว่ารอบสุดท้ายนี่กี่โมง
ไม่งั้นเราอาจจะติดอยู่บนเขาแล้วนอนหนาวตายอยู่บนนี้ก็เป็นได้


ตั๋วรถน่ารักๆ


เมื่อกลับสู่ภาคพื้นดิน ก็เจอฝาท่อโกเบอีกแบบหนึ่ง


เป้าหมายของเราก็คือการถ่ายรูป ​Kobe Tower นั้นเอง เดินตามชิงช้าสวรรค์ไปโลด


ถ้าใครอยากถ่ายวิวจากริมขอบตลิ่งเลย ขอเชิญมุดใต้ MOSAIC ไปเลยจ้า


ใกล้ถึงแล้ว เจอคุณอันปังแมนด้วย


#นั่งชิงช้าสวรรค์ จีบกันก็ฟินไปอีกแบบนะคะคุณ


หรือจะดินเนอร์เนื้อย่างริมน้ำ ชมพระอาทิตย์ตกก็ดีย์


จบทริปกันด้วยภาพสุดท้ายของค่ำคืน #ชมวิวริมน้ำ กันแบบชิวๆ
บรรยากาศดีมากๆค่ะ จะเดินเล่นจิบเบียร์หรือซื้อข้าวกล่องมานั่งจีบกันก็ได้นะ

พรุ่งนี้เราก็ต้องตื่นแต่เช้าไปเกียวโตกันต่อ เพราะมีนัดสำคัญรออยู่ สำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


ฝากติดตามพวกเราได้ที่

http://fb.com/beamwithyuu
หรืออออ
http://beamwithyuu.com

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s